UFABET แทงบอล ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 กับศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่เนเธอร์แลนด์และเบลเยียม ข่าวใหญ่ที่สุดขึ้นหน้าหนึ่งทุกสำนักคือการตกรอบแรกของทีมชาติเยอรมนี ภายใต้การทำทีมของเอริค ริบเบ็ค

UFABET แทงบอล

นั่นคือจุดหักเหสำคัญของการ “ยกกะบิ” วงการฟุตบอลเยอรมนี เพราะในช่วงทศวรรษ ‘90 โดยเฉพาะในยุคของแบร์ตี้ โฟกท์ส “อินทรีเหล็ก” มีสัญญาณสู่หายนะที่สำคัญคือการขาดแคลนนักเตะดาวรุ่งที่จะขึ้นมาช่วยทีม นั่นทำให้ฟุตบอลโลก 1998 และยูโร 2000 พวกเขาใช้นักเตะที่อายุมากและส่วนใหญ่แล้วอายุเกิน 25 ปีทั้งหมด

การปรับโครงสร้าง UFABET คาสิโนวีไอพี ฟุตบอลเยอรมนีเริ่มขึ้นในปี 2002 พวกเยอรมันสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลที่มีสถานศึกษาครบวงจรถึง 52 แห่ง และมีโค้ชฟุตบอลระดับผ่านใบอนุญาต UFABET แทงบอล ตามภูมิภาคกว่า 1,300 คน อีกทั้งยังปรับวัฒนธรรมการดึงนักเตะเข้ามาติดทีมชาติชุดเยาวชน ให้โอกาสผู้เล่นที่มีเชื้อชาติอื่นเข้ามาติดทีม พวกเขาไม่ชาตินิยมจนเกินไป 

มิเช่นนั้นเราคงไม่ได้เห็น ซามี่ เคดิร่า นักเตะเชื้อตูนิเซีย , เดนนิส อาโอโก้ นักเตะเชื้อไนจีเรีย และ เฌอโรม บัวเต็ง นักเตะเชื้อกาน่า หรือแม้แต่ เมซุต โอซิล ที่มีเชื้อชาติตุรกี 12 ปีตั้งแต่พวกเขาเริ่มนับหนึ่งและเนรมิตการสร้างระบบเยาวชนทั้งหมดและค่อยๆ ต่อยอดขึ้นมาถึงเส้นชัยนั่นคือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลได้สำเร็จ

ในช่วงเวลา 12 ปีนั้นเช่นกัน ทีมชาติอังกฤษ เป็นทีมที่มีนักเตะชื่อดังอยู่ในทีม หากดูเฉพาะชื่อนักเตะแล้ว จอห์น เทอร์รี่ , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , แอชลี่ย์ โคล , สตีเว่น เจอร์ราร์ด , แฟร้งค์ แลมพาร์ด , เดวิด เบ็คแฮม และ เวย์น รูนี่ย์ บวกกับโค้ชระดับโลกทั้ง สเวน โกรัน อีริคส์สัน และ ฟาบิโอ คาเปลโล่

เทรเวอร์ บรุคกิ้ง อดีตผู้อำนวยการเทคนิค UFABET  คือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง อังกฤษ เวอร์ชั่นสตาร์ดังเหล่านั้น หากแต่พวกเขาไม่มีความสำเร็จที่จับต้องได้ ทีม “สิงโตคำราม” ผ่านเข้าไปลึกสุดคือรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2 ครั้ง และ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปอีก 1 ครั้ง และไม่ต้องพูดถึงระดับฟุตบอลเยาวชนที่จัดโดยฟีฟ่า เพราะอย่างน้อย เยอรมนี และ สเปน ที่มีโครงสร้างนักเตะดาวรุ่งที่เข้าขั้นดี ยังไม่เคยได้แชมป์ แต่ก็โผล่ไปคว้าอันดับ 3 ได้ ในรุ่น ยู-20

ส่วนอังกฤษ ผลงาน UFABET แทงบอล ที่ดีที่สุดของพวกเขาในการแข่งขันระดับฟีฟ่าคือ รอบก่อนรองชนะเลิศ ในรุ่น ยู-17 เมื่อปี 2007 และ 2011 เท่านั้น ในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ดาวรุ่งส่วนใหญ่ที่เป็นลูกครึ่ง และมีเชื้อชาติให้เลือกมากกว่าหนึ่ง นิยมไปฝึกฟุตบอลที่เยอรมนี และ สเปน รวมถึงเนเธอร์แลนด์ ที่จะขับศักยภาพการเล่นของพวกเขาออกมาได้มากกว่าอังกฤษ

เทรเวอร์ บรุคกิ้ง ตัดสินใจวางมือจากตำแหน่ง “ผู้อำนวยการเทคนิค (Technical Director)” แทงบอลออนไลน์ เมื่อปี 2012 และเปิดทางให้โค้ชหนุ่มใจใหญ่ที่ชื่อ “แดน แอชเวิร์ธ” เข้ามารับหน้าที่แทน เพียงแต่เปลี่ยนชื่อตำแหน่งให้เป็น “ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความสามารถให้ถึงระดับสูงสุด ( Director of Elite Development) ”

นั่นตั้งคำถามให้กับแฟนฟุตบอลหลายคนในอังกฤษ ว่าการเปลี่ยนตำแหน่ง “ผู้อำนวยการเทคนิค” เพียงคนเดียว จะเปลี่ยนแปลงผลงาน “ท่าดีทีเหลว” ของฟุตบอลประเทศนี้ทั้งหมดได้อย่างไร เรือลำใหญ่อาจต้องใช้เวลากว่าจะถึงฝั่ง แต่หางเสือที่ดีจะทำให้เรือของคุณไปถูกทิศทางและเร่งเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น หากระบบภายในนั้นดีพอ และนั่นคือเรื่องราวของหางเสือตัวใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ ที่ชื่อ “แดน แอชเวิร์ธ”

ชายผู้เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมสิงโต การเดิมพันครั้งใหญ่ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอ คือการดึงคลื่นลูกใหม่ที่มีอายุเพียง 41 ปีในเวลานั้น เข้ามารับหน้าที่ล้างโครงสร้างทั้งหมด อเล็กซ์ ฮอร์น เลขาธิการของเอฟเอในเวลานั้นกล่าวว่า จุดประสงค์ที่เลือก แอชเวิร์ธ เข้ามารับหน้าที่ ก็เพื่อปรับโครงสร้างของฟุตบอลอังกฤษในระดับรากหญ้าทั้งหมด เพื่อให้ทีมชาติประสบความสำเร็จในอนาคต

ซึ่งขอบข่ายงานของแอชเวิร์ธในช่วงแรกที่ได้รับจากเอฟเอ คือการดูแลทีมชาติอังกฤษตั้งแต่ชุดยู-16 ไปจนถึงชุดยู-21 กระทั่งการสร้างทีมฟุตบอลหญิงให้มีความเป็นเอกภาพมากขึ้น แอชเวิร์ธ ไม่ได้โดดเด่นในเรื่องการเป็นโค้ชแต่แรก แต่เขาเริ่มต้นดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ” ตั้งแต่เขาอายุเพียง 31 ปี เมื่อเขารับตำแหน่งดูแลเยาวชนของทีม ปีเตอร์โบโร่ และต่อด้วยงานพัฒนาเยาวชนของ เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด

กระทั่งในปี 2004 เขาเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยของเอดี้ บูธรอยด์ กุนซือเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนในเวลานั้น เป้าหมายหลักคือปรับโครงสร้างระบบเยาวชนของทีม เดอะ แบ็กกี้ส์ และก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคเมื่อปี 2007