แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กาชื่อคูลิบาลี่เสริมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กาชื่อคูลิบาลี่เสริมทัพ ตามรายงานของUFABET369 กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี ตีข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด กาหัว คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลัง นาโปลี เป็นเป้าหมายเสริมทัพเบอร์ 1 ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเชื่อกันว่า นาโปลี ต้องการเงินราว 150 ล้านยูโร เพื่อแลกกับการปล่อยเขาออกจากทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำหนดให้ คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลังชาวเซเนกัลของ นาโปลี เป็นเป้าหมายUFABET369เสริมทัพเบอร์ 1 ของพวกเขาในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของประเทศอิตาลี

หลังย้ายมาจาก เกงค์ ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 360 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 คูลิบาลี่ก็พัฒนาฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยมจนตอนนี้หลายคนยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดของโลกไปแล้ว

ฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของ คูลิบาลี่ ทำให้มีข่าวว่าเขาตกเป็นเป้าหมายของUFABET369หลายทีม ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา “ปีศาจแดง” คือทีมที่ให้ความสนใจในตัว คูลิบาลี่ มากกว่ารายอื่นๆ จนถึงขั้นให้เขาเป็นเป้าหมายเสริมทัพเบอร์ 1 เลย

ทั้งนี้ เป็นที่เชื่อกันว่า ออเรลิโอ เด ลอเรนติส ประธาน นาโปลี ไม่อยากเสีย คูลิบาลี่ ไปง่ายๆ และตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้สูงถึงราว 150 ล้านยูโร (ประมาณ 5,400 ล้านบาท) ด้วยกัน โดยถ้าหาก คูลิบาลี่ ย้ายทีมด้วยค่าตัวแบบนี้จริงๆ มันก็จะทำให้เขาเป็นเซนเตอร์แบ็กค่าตัวแพงที่สุดของโลก ทุบสถิติเดิมของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลัง ลิเวอร์พูล ซึ่งอยู่ที่ 84.5 ล้านยูโร (ประมาณ 3,042 ล้านบาท) ทันที

โรเมลู ลูกากู กองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อดีตเพื่อนร่วมทีมเป็นคนที่ทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่มีความมุ่งมั่นมากขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ได้เคยร่วมงานกันในระยะเวลาสั้น ๆ

“ทุกสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จาก ซลาตัน นั้นมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างมากจากเรื่องที่เขาเล่าให้ผมฟังตอนที่เคยค้าแข้งอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน, บาร์เซโลนา และแม้กระทั่ง อาแจ๊กซ์และการที่ได้ทำงานร่วมกับเขาในสนามมันทำให้ผมเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเขาว่ามันมากมายขนาดไหน”  ดาวยิงปีศาจแดง กล่าว

“ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งในการฝึกซ้อมเพราะเราสองคนเป็นกองหน้าเราเลยไม่ได้อยู่ทีมเดียวกัน โดยมีอยู่จังหวะหนึ่งมันเป็นลูก 50-50 แต่เขาก็พุ่งเข้าใส่ผมอย่างเต็มที่

นั่นมันทำให้ผมเห็นว่าผู้ชายคนนี้มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมและต้องการที่จะสู้เพื่อทีมของเขา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเปลี่ยนไป มันเป็นการทำให้ผมตาสว่าง เขาเป็นคนที่พร้อมสู้เพื่อตำแหน่งของตัวเอง”

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือการโฟกัส ทำงานหนัก และสนุกกับมัน เพราะเขาเป็นคนที่คุณสามารถสนุกสนานไปกับเขาได้ และยังมีบุคลิกภาพในห้องแต่งตัวที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย”

ทุกข่าวสารวงการฟุตบอล ต้องที่ sosep.org