สเปอร์ มี แฮร์รี่ เคน กับ ซน รับบทพระเอกกับพระรองแล้ว

การย้ายกลับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา จากที่จะกลายเป็นความหวังของ สโมสร, แฟนบอล, โชเซ่ มูรินโญ่ และตัว เบล เอง แต่จุดเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ทุกอย่างเป็นไปแบบผิดคาด

เบล เรียกความฟิตและมีชื่ออยู่ในแมตช์เดย์ครั้งแรกเกมที่ 5 ของฤดูกาล ขณะที่ ท็อตแน่ม ขึ้นนำ เวสต์แฮม สบายๆ 3-0 มูรินโญ่ จึงส่งปีกเวลช์ลงไปยืดเส้นยืดสายในช่วงราวๆ 20 นาทีสุดท้าย

แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง เวสต์แฮม ยิงไล่มาสองประตู ขณะที่ เบล หลุดเดี่ยวและมีโอกาสยิงฝังในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ยิงออก สุดท้ายมาโดนตีเสมอ 3-3 ช่วงไม่กี่อึดใจต่อมา

แม้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อ เบล ลงสำรองเป็นเกมที่สอง และโหม่งประตูชัยชนะ UFA369 2-1 เพียงแค่สามนาทีที่ลงไปสัมผัสเกม

นั่นจึงทำให้สิ่งที่แฟนๆ ท็อตแน่ม รอคอยมาถึงในเกมบุกเยือน เวสต์บรอมวิช คือการเห็น มูรินโญ่ ส่งสามประสานแดนหน้า แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง-มิน และ เบล ลงตัวจริงพร้อมกัน

UFA369

เบล ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 78 ขณะที่ยังทำประตูกันไม่ได้ เพราะผลงานไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และนั่นคือเกมสุดท้ายที่ได้เห็นปีกทีมชาติเวลส์ในเกมพรีเมียร์ลีก

ไม่เพียงแต่ มูรินโญ่ ที่มองเห็นอะไรบางอย่าง แต่แฟนบอลทั่วไปก็มองเห็นเช่นกัน นั่นคือเรื่องของ ‘ทีมเวิร์ค’ ที่ สตีเว่น เบิร์กไวน์ กับ ลูคัส มูร่า ทำได้ดีกว่า เบล ในการลงมาประสานงาน เคน กับ ซน

หลายครั้ง เบล พยายามลากแต่งหาช่องยิงไกลเหมือนอย่างที่เคยทำได้นักต่อนักในฤดูกาล 2012-13 แต่คู่แข่งจับทางได้หมดแล้ว และนั่นก็ทำให้เกมรุกของ เคน กับ ซน พลอยสะดุดไปด้วย ผิดกับ เบิร์กไวน์ ที่พร้อมเป็นจุดเริ่มของการทำประตู แม้ไม่ได้ชื่อว่าเป็นคนแอสซิสต์ก็ตาม

เมื่อเราได้เห็น ‘ซน ยิง เคน แอสซิสต์’ หรือ ‘ซน แอสซิสต์ เคน ยิง’ เป็นกอบเป็นกำในฤดูกาลนี้ ดังนั้นบทบาทอีกหนึ่งตัวรุกที่เหลืออยู่ตามแท็กติกของ มูรินโญ่ จึงเรียกได้ว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระ ซึ่งไม่เหมาะกับสไตล์และบุคลิกของ เบล ที่มี ‘อีโก้’ สูง

แต่บทบาทนี้จะเหมาะกับ เบิร์กไวน์ หรือ มูร่า รวมถึงตัวรุกจากแดนกลางที่มี ตองกีย์ เอ็นดงเบเล่ กับ โจวานี่ โล เซลโซ่ คอยเบียดแย่งตำแหน่งกันอยู่

นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราไม่ได้เห็น เบล ลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียวในสามเกมใหญ่ที่พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ อาร์เซน่อล

ติดตามข่าวสารได้ที่ sosep.org