บิล แชงค์ลี่ย์ ตัดสินใจปิดตำนานโบกมืออำลา ลิเวอร์พูล ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ในปี 1974 และมันก่อให้เกิดการบริหารงานที่ยากเย็นอย่างเหลือเชื่อของสโมสรในเวลาต่อมา

บ๊อบ เพรสลี่ย์ คือคนที่ถูกเลือกให้เข้ามาสานต่อ และมันคือตัวเลือกที่สุดยอด เห็นได้จากจำนวนถ้วยแชมป์ที่เขาเสกเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์ มานับไม่ถ้วน แต่ไม่ใช่ฤดูกาลแรก! ซึ่ง “เร้ด แมชชีน” ภายใต้การคุมทัพของ เพรสลี่ย์ รับประทานแห้วไม่ได้อะไรเลย

แชงค์ลี่ย์ อำลาตำแหน่งในสโมสร แต่ไม่ใช่ชีวิตประจำวัน! เขายังคงเดินทางมาดูการฝึกซ้อมของ “หงส์แดง” ทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่แล้วจะในช่วงเช้า แน่นอนว่าในช่วงแรก เพรสลี่ย์ และผู้เล่นทุกคนต่างก็ยินดีที่เห็นตำนานอย่าง  บิล แชงค์ลี่ย์  มาคอยสอดส่องดูแลทุกวัน ทุกคนยังพากันเรียกเขาว่า “บอส” แต่หลังจากเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความยุ่งยากก็เริ่มมีมากขึ้น

ufabet369.net

บ๊อบ เพรสลี่ย์ ไม่สามารถทำงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่ จนสุดท้ายแล้ว จอห์น สมิธ ประธานสโมสร ณ เวลานั้น ต้องมีการขอร้องให้  บิล แชงค์ลี่ย์  คอยดูบรรยากาศการฝึกซ้อมที่ เมลวู้ด แบบอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ

สิ่งที่ แชงค์ลี่ย์  เผชิญในวันนั้น ไม่ต่างอะไรกับที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากนักในวันนี้ พวกเขาต่างก็รู้สึกโดนหมางเมิน แชงค์ลี่ย์ เคยกล่าวผ่านufabet369.net ถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า เขาเคยรู้สึกเหมือนโดน ลิเวอร์พูล ดูหมิ่นจากท่าทีของสโมสรที่ไม่มีความคิดที่จะฟังคำแนะนำเขา , ไม่สนใจนักเตะที่เขาแนะนำให้

“คำว่ารีไทร์ เป็นคำที่งี่เง่าที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอในชีวิต มันไม่มีใครรีไทร์ได้จริงๆ หรอก ผมขอค้านคำนี้แบบเต็มตัว ผมเคยประกาศรีไทร์ที่ แอนฟิลด์ เออ ใช่! มันก็จริง แต่ผมไม่ได้รีไทร์ฟุตบอลออกไปจากชีวิต”

คำพูดทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงตัวตนของ แชงค์ลี่ย์ ได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อหันกลับมามอง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีการประโคมข่าวล่าสุดว่า วู้ดเวิร์ด และทีมงาน เริ่มที่จะหมางเมินคำแนะนำของ เซอร์ อเล็กซ์ และปฏิเสธที่จะดึงอดีตนักเตะของสโมสรมาร่วมงานด้วยมากกว่านี้

ufabet369.net

มันก่อให้เกิดคำถามขึ้นว่า เราควรจะจัดการกับอดีตกุนซือระดับตำนานของสโมสรยังไง จุดสมดุลที่จะใช้ประโยชน์จากคำแนะนำของพวกเขาได้มากที่สุด อยู่ที่ตรงไหน ไม่มีใครรู้ว่าข่าวลือเรื่อง วู้ดเวิร์ด พยายามที่จะเอา เฟอร์กี้ ออกห่างจากสโมสรเป็นความจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เลยก็คือถ้ามันจริง มันอาจเป็นการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง

ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์ที่จะร้องขอให้ แชงค์ลี่ย์ อยู่ห่างจากสโมสรได้ เพราะพวกเขามีตัวแทนขั้นเทพอย่าง เพรสลี่ย์ แต่กับ แมนฯ ยู มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะหลังจากหมดยุคของ “ป๋า” พวกเขาก็ไม่เคยกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีกเลย ในขณะที่ ลิเวอร์พูล มีระบบ บู้ทรูม สต๊าฟฟ์ คอยสืบทอดแนวทางการเล่น ณ สมัยนั้น แต่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาแทบไม่มีคนชี้แนะหลังหมดยุคของ “เฟอร์กี้” เลย

แมนฯ ยู ไม่จำเป็นต้องกลัวว่า เซอร์ อเล็กซ์ จะเข้ามามีอิทธิพลกับสโมสรขนาดนั้น อย่างน้อยพวกเขาก็ควรจะฟังความเห็นของตำนานผู้นำความสำเร็จมาสู่ทีมนับไม่ถ้วนขนาดนั้นบ้าง

ufabet369.net

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ ลิเวอร์พูล รับต้องการสร้างทีมขึ้นมาใหม่และประสบความสำเร็จเหมือนแชงค์ลี่ย์  และ บ็อบ เพสลี่ย์ 2 กุนซือระดับตำนานแห่งแอนฟิลด์ รับเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็สนุกกับงานของตัวเอง และมองเห็นถึงความก้าวหน้าของ “หงส์แดง” ในซีซั่นนี้

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมายอมรับเมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า เขาต้องการสร้างทีมขึ้นมาใหม่และประสบความสำเร็จเหมือนยอดกุนซือผู้ยิ่งใหญ่อย่าง บิล แชงค์ลี่ย์  และ บ็อบ เพสลี่ย์ 2 ตำนานแห่งถิ่นแอนฟิลด์

แชงค์ลีย์ วางรากฐานสำหรับความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ในช่วงยุค 60 และ 70 ก่อนที่ เพสลี่ย์ จะสานต่อความสำเร็จเมื่อเข้าคุมทีมในถิ่นแอนฟิลด์ ขณะที่ ร็อดเจอร์ส ซึ่งเข้ารับตำแหน่งกุนซือ “หงส์แดง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว หวังที่จะเดินตามรอยของทั้งคู่ด้วยการนำทีมกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง และเชื่อว่าสโมสรมีความก้าวหน้าในฤดูกาลนี้

ufabet369.net

“อันดับแรกมันไม่มีการเปรียบเทียบในเรื่องของความยิ่งใหญ่ในอดีตของพวกเขา ผู้จัดการทีม 2 คนนั้นจะเป็นที่จดจำของที่นี่ตลอดไป สำหรับคนอย่างผม งานของผมคือการสร้างสโมสรขึ้นอีกครั้ง เหมือนกับ แชงค์ลี่ย์  ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่ทุกคนจดจำ ลิเวอร์พูล”

“นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามเลียนแบบและมันก็เป็นควมท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เพราะสโมสรนี้คือสถาบัน แต่มันเป็นความท้าทายที่ผมสนุกกับทุกนาทีและสตาฟฟ์ทุกคนรวมทั้งนักเตะก็เช่นกัน ผมเห็นความก้าวหน้าอย่างแท้จริงในฤดูกาลนี้ และผมก็คาดว่าเราจะทำแบบนั้นต่อไปในอีก 2 ปีข้างหน้า” ร็อดเจอร์ส กล่าว

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลได้ที่ sosep.org